ในเรื่องเล่าเกี่ยวกับคนตาบอดหลายคนคลำช้างในส่วนต่างๆกัน


แต่ละคนก็จะเข้าใจว่าช้างมีลักษณะเป็นอย่างที่ตัวเองกำลังคลำอยู่ตรงนั้น
คนที่คลำส่วนหูก็บอกว่าช้างมีลักษณะเป็นแผ่น
คนที่คลำบริเวณงาช้างก็เข้าใจว่าช้างมีลักษณะที่แข็งกลมเป็นกระบอกปลายเรียวแหลมคม
แต่ก็ไม่ถูกต้องทั้งหมดในด้านภาพรวมของความเป็นช้าง
เรื่องเล่านี้อาจเปรียบได้กับทัศนะเกี่ยวกับศิลปะของแต่ละคน
ที่อาจจะต่างกันมองกันไปคนละด้าน ตัดสินว่าใช่หรือไม่ใช่ศิลปะ
ดีหรือแย่ไปตามความชอบและความเข้าใจของตัวเอง
ในสำนักต่างๆจะทำให้เห็นความแตกต่างและความหลากหลายในวิธีการเข้าถึงศิลปะ
ซึ่งหากเรานำเอาความคิดทั้งหมดมารวมกันก็จะได้ภาพรวมที่แท้จริงของศิลปะ
เช่นเดียวกับที่คนตาบอดทั้งหมดจะได้รู้ว่าช้างทั้งตัวเป็นอย่างไร
หากเขาเหล่านั้นนำเอาสิ่งที่ตัวเองค้นพบมาบอกเล่าแล้วรวบรวมเข้าด้วยกันในขั้นต้น
หากจะถามว่าศิลปะคืออะไร
นักปราชญ์ในสมัยคลาสสิคของกรีกเคยกล่าวถึงศิลปะแบบกว้างที่สุดไว้ว่า
" ศิลปะคือสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น "
ดังนั้น หินกรวดที่กลมเกลี้ยงนวลตา เปลือกหอยทรงแปลกๆสวยๆบนชายหาด
ดวงอาทิตย์ขึ้นและตกที่งดงามจับใจ ดอกไม้ที่ทั้งสวยและหอม
จึงเป็นความงามในธรรมชาติไม่ใช่ศิลปะ
ที่บอกว่า "ศิลปะคือสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น" นั้นถูกต้อง แต่ก็ยังเป็นความถูกต้องที่กว้างขวางเกินไป
เพราะถ้าหากถือตามนี้ สิ่งต่าง ๆ ทั่วทั้งโลก ข้าวของทุกชิ้นที่มนุษย์ทำขึ้นมา
ก็จะกลายเป็นศิลปะไปหมด คนทุกคนจะกลายเป็นศิลปิน
ในความเป็นจริง คำจำกัดความทั่วไป ศิลปะคือสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นนั้นยังไม่เพียงพอ
สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นได้นั้นจะกลายเป็นศิลปะขึ้นมาได้ต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยหลาย ๆ อย่าง
ต้องมีคุณสมบัติที่เพียงพอ ดังนี้
1. มีความงาม "ความงาม"
เป็นคุณสมบัติขั้นพื้นฐาน และเก่าแก่อย่างหนึ่งของศิลปะ
เนื่องด้วย "ความงาม" มักจะผูกอยู่กับ "รสนิยม" ที่เป็นเรื่องเฉพาะกิจของแต่ละคน
แต่ละชนชาติ แต่ละวัฒนธรรม และแต่ละยุคสมัย
"ความงาม" จึงไม่เป็นสิ่งที่ตายตัวไม่เปลี่ยนแปลง
ความชอบหรือรสนิยมเฉพาะของแต่ละคนมีผลต่อการตัดสินว่าสิ่งใดงามหรือไม่
คนที่คลำส่วนหูก็บอกว่าช้างมีลักษณะเป็นแผ่น
คนที่คลำบริเวณงาช้างก็เข้าใจว่าช้างมีลักษณะที่แข็งกลมเป็นกระบอกปลายเรียวแหลมคม
แต่ก็ไม่ถูกต้องทั้งหมดในด้านภาพรวมของความเป็นช้าง
เรื่องเล่านี้อาจเปรียบได้กับทัศนะเกี่ยวกับศิลปะของแต่ละคน
ที่อาจจะต่างกันมองกันไปคนละด้าน ตัดสินว่าใช่หรือไม่ใช่ศิลปะ
ดีหรือแย่ไปตามความชอบและความเข้าใจของตัวเอง
ในสำนักต่างๆจะทำให้เห็นความแตกต่างและความหลากหลายในวิธีการเข้าถึงศิลปะ
ซึ่งหากเรานำเอาความคิดทั้งหมดมารวมกันก็จะได้ภาพรวมที่แท้จริงของศิลปะ
เช่นเดียวกับที่คนตาบอดทั้งหมดจะได้รู้ว่าช้างทั้งตัวเป็นอย่างไร
หากเขาเหล่านั้นนำเอาสิ่งที่ตัวเองค้นพบมาบอกเล่าแล้วรวบรวมเข้าด้วยกันในขั้นต้น
หากจะถามว่าศิลปะคืออะไร
นักปราชญ์ในสมัยคลาสสิคของกรีกเคยกล่าวถึงศิลปะแบบกว้างที่สุดไว้ว่า
" ศิลปะคือสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น "
ดังนั้น หินกรวดที่กลมเกลี้ยงนวลตา เปลือกหอยทรงแปลกๆสวยๆบนชายหาด
ดวงอาทิตย์ขึ้นและตกที่งดงามจับใจ ดอกไม้ที่ทั้งสวยและหอม
จึงเป็นความงามในธรรมชาติไม่ใช่ศิลปะ
ที่บอกว่า "ศิลปะคือสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น" นั้นถูกต้อง แต่ก็ยังเป็นความถูกต้องที่กว้างขวางเกินไป
เพราะถ้าหากถือตามนี้ สิ่งต่าง ๆ ทั่วทั้งโลก ข้าวของทุกชิ้นที่มนุษย์ทำขึ้นมา
ก็จะกลายเป็นศิลปะไปหมด คนทุกคนจะกลายเป็นศิลปิน
ในความเป็นจริง คำจำกัดความทั่วไป ศิลปะคือสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นนั้นยังไม่เพียงพอ
สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นได้นั้นจะกลายเป็นศิลปะขึ้นมาได้ต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยหลาย ๆ อย่าง
ต้องมีคุณสมบัติที่เพียงพอ ดังนี้
1. มีความงาม "ความงาม"
เป็นคุณสมบัติขั้นพื้นฐาน และเก่าแก่อย่างหนึ่งของศิลปะ
เนื่องด้วย "ความงาม" มักจะผูกอยู่กับ "รสนิยม" ที่เป็นเรื่องเฉพาะกิจของแต่ละคน
แต่ละชนชาติ แต่ละวัฒนธรรม และแต่ละยุคสมัย
"ความงาม" จึงไม่เป็นสิ่งที่ตายตัวไม่เปลี่ยนแปลง
ความชอบหรือรสนิยมเฉพาะของแต่ละคนมีผลต่อการตัดสินว่าสิ่งใดงามหรือไม่
และเป็นที่ชื่นชอบของคนหมู่มาก เช่น รูปเปลือยของกรีกยุคคลาสสิค
ภาพเหมือนผู้หญิง โมนาลิซ่า ที่มีรอยยิ้มทรงเสน่ห์ พระพุทธรูปแบบสุโขทัย
ยุคคลาสสิคที่งามสงบ หรือ ภาพทิวทัศน์ ที่จิตรกรให้สีสันกลมกลืนดูมีชีวิตชีวา
ภาพเหมือนผู้หญิง โมนาลิซ่า ที่มีรอยยิ้มทรงเสน่ห์ พระพุทธรูปแบบสุโขทัย
ยุคคลาสสิคที่งามสงบ หรือ ภาพทิวทัศน์ ที่จิตรกรให้สีสันกลมกลืนดูมีชีวิตชีวา
คล็อด โมเน่ต์ (Claude Monet)
พ็อพล่าร (Poplars), ค.ศ. 1891
สีน้ำมันบนผ้าใบ, 77.5 x 80 ซม.
: เมโทรโพลิแทน มิวเซียม ออฟ อาร์ต, นิวยอร์ค
ในทางศิลปะยังมีการพูดถึง "ความงาม" ที่ต่างไปจาก "ความสวย"
มีผลงานศิลปะมากมายที่ "ไม่สวย" แต่ "งาม"
กล่าวถึงผลงานศิลปะชิ้นนั้น ๆ ไม่ได้แสดงความสวยแบบดาดดื่นตามความนิยมของตลาด
และคนทั่วไป แต่แสดงความงามบางอย่างที่คนมองข้าม หรืออาจจะคิดว่ามันเป็นของไม่สวย
เช่น ภาพรองเท้าของ วินเซนท์ แวนโก๊ะ (Vincent van Gogh)
ในทางศิลปะยังมีการพูดถึง "ความงาม" ที่ต่างไปจาก "ความสวย"
มีผลงานศิลปะมากมายที่ "ไม่สวย" แต่ "งาม"
กล่าวถึงผลงานศิลปะชิ้นนั้น ๆ ไม่ได้แสดงความสวยแบบดาดดื่นตามความนิยมของตลาด
และคนทั่วไป แต่แสดงความงามบางอย่างที่คนมองข้าม หรืออาจจะคิดว่ามันเป็นของไม่สวย
เช่น ภาพรองเท้าของ วินเซนท์ แวนโก๊ะ (Vincent van Gogh)
ตกแต่งด้วยเพชรนิลจินดา แวนโก๊ะ กลับเขียนภาพรองเท้าคู่เก่า ๆ
คร่ำคร่า
ดูสมบุกสมบัน แสดงถึงหนทางที่รองเท้าและเจ้าของร่วมกันเดินทางกันมา
ฝีแปรงที่ดูหนาหนัก ป้ายทับคล้ายกับปั้นให้มันเป็นรูป สามารถแทนค่าความรู้สึกที่หนักแน่น
ทำให้นึกโยงไปถึงชีวิตของมนุษย์ที่ต้องสู้ฝ่าฝันกันไป สิ่งเหล่านี้คือ "ความงาม"
ของชีวิตที่ศิลปินถ่ายทอดออกมา
2. มีอารมณ์สะเทือนใจ
ศิลปะที่สามารถแสดงความงามได้อย่างทรงพลัง มักจะให้อารมณ์ที่สะเทือนใจ
ความสะเทือนใจนี้ไม่ได้จำกัดเฉพาะความเศร้าโศกเสียใจ
หรืออารมณ์ที่เกิดจากการสูญเสียเท่านั้น แต่ความสะเทือนใจในศิลปะ
หมายรวมไปถึงความปลื้มปิติ ความเปี่ยมสุขอีกด้วย
ดูสมบุกสมบัน แสดงถึงหนทางที่รองเท้าและเจ้าของร่วมกันเดินทางกันมา
ฝีแปรงที่ดูหนาหนัก ป้ายทับคล้ายกับปั้นให้มันเป็นรูป สามารถแทนค่าความรู้สึกที่หนักแน่น
ทำให้นึกโยงไปถึงชีวิตของมนุษย์ที่ต้องสู้ฝ่าฝันกันไป สิ่งเหล่านี้คือ "ความงาม"
ของชีวิตที่ศิลปินถ่ายทอดออกมา
2. มีอารมณ์สะเทือนใจ
ศิลปะที่สามารถแสดงความงามได้อย่างทรงพลัง มักจะให้อารมณ์ที่สะเทือนใจ
ความสะเทือนใจนี้ไม่ได้จำกัดเฉพาะความเศร้าโศกเสียใจ
หรืออารมณ์ที่เกิดจากการสูญเสียเท่านั้น แต่ความสะเทือนใจในศิลปะ
หมายรวมไปถึงความปลื้มปิติ ความเปี่ยมสุขอีกด้วย
สุเชาว์ ศิษย์คเณศ
หนูเหงา, พ.ศ. ไม่ปรากฏ
สีน้ำมันบนผ้าใบ, 37 x 44.5 ซม.
: หอศิลปแห่งชาติ
ตัวอย่างเช่น ผลงานจิตรกรรมสีน้ำมัน ของ สุเชาว์ ศิษย์คเณศ ด้วยโทนสีทั้งวรรณะเย็น
อย่างเช่น สีฟ้า สีน้ำเงิน และฝีแปรงที่หนาหนัก ภาพเด็กที่ยืนโดดเดี่ยวเดียวดาย
ก่อให้เกิดความรู้สึกที่สะเทือนใจ บางคนอาจจะเชื่อมโยงความรู้สึกสะเทือนใจ
ที่เห็นจากภาพนี้ไปสู่ประสบการณ์ส่วนตัว ซึ่งจะยิ่งทำให้เข้าถึงประสบการณ์ทางสุนทรีย์
3. มีความคิด และหรือความคิดสร้างสรรค์
งานศิลปะที่ดีมักจะต้องมีความคิดที่ดีด้วย แม้ว่าศิลปะในอดีต
และศิลปะในปัจจุบันบางประเภท อาจจะเน้นเรื่องความงามเป็นหลัก
และมีความคิดเป็นเรื่องรอง แต่ดูเหมือนว่า แนวโน้มในกระแสศิลปะนานาชาติ
และศิลปะร่วมสมัยไทย นับวันจะให้ความสำคัญกับความคิด และความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น
จนบางครั้งบางกรณีออกจะละเลยฝีมือและความงามจนเกินไป
ในความเป็นจริง ผลงานศิลปะบางชิ้นที่ดูเป็นเรื่องของความงาม
แต่แท้ที่จริงแล้วต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์อยู่ไม่น้อย เช่น ภาพคนเหมือน
และ ภาพตึกรามบ้างช่องของ เฟื้อ หริพิทักษ์ ภาพเหล่านั้นไม่ได้งามเพราะความเหมือน
แต่งามเพราะการคิดค้นจัดวางตำแหน่งสีสันตามที่ต่าง ๆ ในภาพ ผลงานเหล่านั้นดี
เพราะมีการจัดองค์ประกอบที่งดงาม มีการจัดสรรรูปทรงต่าง ๆ
ให้สอดรับกัน มีการสร้างน้ำหนักให้ดูหนักแน่นกลมกลืน
สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นจากความคิดสร้างสรรค์ของศิลปิน
ตัวอย่างเช่น ผลงานจิตรกรรมสีน้ำมัน ของ สุเชาว์ ศิษย์คเณศ ด้วยโทนสีทั้งวรรณะเย็น
อย่างเช่น สีฟ้า สีน้ำเงิน และฝีแปรงที่หนาหนัก ภาพเด็กที่ยืนโดดเดี่ยวเดียวดาย
ก่อให้เกิดความรู้สึกที่สะเทือนใจ บางคนอาจจะเชื่อมโยงความรู้สึกสะเทือนใจ
ที่เห็นจากภาพนี้ไปสู่ประสบการณ์ส่วนตัว ซึ่งจะยิ่งทำให้เข้าถึงประสบการณ์ทางสุนทรีย์
3. มีความคิด และหรือความคิดสร้างสรรค์
งานศิลปะที่ดีมักจะต้องมีความคิดที่ดีด้วย แม้ว่าศิลปะในอดีต
และศิลปะในปัจจุบันบางประเภท อาจจะเน้นเรื่องความงามเป็นหลัก
และมีความคิดเป็นเรื่องรอง แต่ดูเหมือนว่า แนวโน้มในกระแสศิลปะนานาชาติ
และศิลปะร่วมสมัยไทย นับวันจะให้ความสำคัญกับความคิด และความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น
จนบางครั้งบางกรณีออกจะละเลยฝีมือและความงามจนเกินไป
ในความเป็นจริง ผลงานศิลปะบางชิ้นที่ดูเป็นเรื่องของความงาม
แต่แท้ที่จริงแล้วต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์อยู่ไม่น้อย เช่น ภาพคนเหมือน
และ ภาพตึกรามบ้างช่องของ เฟื้อ หริพิทักษ์ ภาพเหล่านั้นไม่ได้งามเพราะความเหมือน
แต่งามเพราะการคิดค้นจัดวางตำแหน่งสีสันตามที่ต่าง ๆ ในภาพ ผลงานเหล่านั้นดี
เพราะมีการจัดองค์ประกอบที่งดงาม มีการจัดสรรรูปทรงต่าง ๆ
ให้สอดรับกัน มีการสร้างน้ำหนักให้ดูหนักแน่นกลมกลืน
สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นจากความคิดสร้างสรรค์ของศิลปิน
เฟื้อ หริพิทักษ์
ย่านเมืองเก่า 2, พ.ศ. 2498
สีน้ำมันบนผ้าใบ, 49 x 38 ซม.
: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์
4. มีทักษะฝีมือ
ศิลปินมีความพิเศษต่างไปจากคนธรรมดาก็เพราะมีทักษะฝีมือที่สูงกว่า
สามารถสร้างงานได้ประณีต วิจิตรบรรจง มีความสวยงาม มีความงามที่แตกต่างไป
จากคนทั่วไปเมื่อทักษะฝีมือที่ดี มีความสร้างสรรค์เป็นตัวนำ
ศิลปินก็จะสามารถสร้างความงามและสร้างอารมณ์สะเทือนใจให้เกิดขึ้นได้
แม้ว่าศิลปะบางประเภทในบางยุคจะไม่เน้นทักษะเชิงช่างเพื่อสร้างความเหมือน
และความสวยงามแบบดั้งเดิม เช่น จิตรกรรมแบบสำแดงอารมณ์
หรือ แนวเอ็กซ์เพรสชั่นนิสม์ (Expressionism)
แต่ศิลปินก็ต้องแสดงออกทั้งทางอารมณ์ความรู้สึก (ที่มักจะแสดงออกแบบดิบ ๆ ฉับพลันไม่พิถีพิถัน)
และทั้งความช่ำชองในทางเทคนิคที่จะวาดจะปาดป้ายฝีแปรงให้เกิดเป็นภาพตามที่ตัวเองต้องการได้
4. มีทักษะฝีมือ
ศิลปินมีความพิเศษต่างไปจากคนธรรมดาก็เพราะมีทักษะฝีมือที่สูงกว่า
สามารถสร้างงานได้ประณีต วิจิตรบรรจง มีความสวยงาม มีความงามที่แตกต่างไป
จากคนทั่วไปเมื่อทักษะฝีมือที่ดี มีความสร้างสรรค์เป็นตัวนำ
ศิลปินก็จะสามารถสร้างความงามและสร้างอารมณ์สะเทือนใจให้เกิดขึ้นได้
แม้ว่าศิลปะบางประเภทในบางยุคจะไม่เน้นทักษะเชิงช่างเพื่อสร้างความเหมือน
และความสวยงามแบบดั้งเดิม เช่น จิตรกรรมแบบสำแดงอารมณ์
หรือ แนวเอ็กซ์เพรสชั่นนิสม์ (Expressionism)
แต่ศิลปินก็ต้องแสดงออกทั้งทางอารมณ์ความรู้สึก (ที่มักจะแสดงออกแบบดิบ ๆ ฉับพลันไม่พิถีพิถัน)
และทั้งความช่ำชองในทางเทคนิคที่จะวาดจะปาดป้ายฝีแปรงให้เกิดเป็นภาพตามที่ตัวเองต้องการได้
Chaim Soutine
Carcass of Beef, ค.ศ. 1925
สีน้ำมันบนลินิน, 112.5 x 77.5 ซม.
: มินนีอาโพลิส อินสติทิว ออฟ อาร์ต
5. มีความพิเศษเฉพาะตัว
เมื่อศิลปินมีทักษะฝีมือ และยังมีความคิดสร้างสรรค์ ความพิเศษเฉพาะตัวในงานศิลปะ
ก็มักจะเกิดขึ้นมาเป็นเงาตามตัว ความพิเศษที่ว่านี้หมายถึงรูปแบบเฉพาะตัวที่มักจะต้องแปลกใหม่
ไม่เหมือนใคร ไม่มีใครทำมาก่อน ไม่ได้ลอกเลียนแบบใคร
แม้แต่ศิลปินประเพณีในอดีตที่มีพัฒนาการทางรูปแบบศิลปะ
ที่ช้ากว่า ศิลปะสมัยใหม่-ร่วมสมัย มาก ศิลปะในแต่ละยุคก็ยังมีความเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน
ศิลปินโบราณที่เกิดในยุคเดียวกัน ทำงานภายใต้ผู้อุปถัมภ์ในกลุ่มใกล้เคียงกัน
อยู่ภายใต้กรอบประเพณีเดียวกัน ก็ยังสร้างงานที่มีรูปแบบแตกต่างกัน
ตัวอย่าง เช่น จิตรกรรมฝาผนังในสมัยรัชกาลที่ 3 ฝีมือของ ครูคงแป๊ะ กับครูทองอยู่
ก็มีความแตกต่างกัน
5. มีความพิเศษเฉพาะตัว
เมื่อศิลปินมีทักษะฝีมือ และยังมีความคิดสร้างสรรค์ ความพิเศษเฉพาะตัวในงานศิลปะ
ก็มักจะเกิดขึ้นมาเป็นเงาตามตัว ความพิเศษที่ว่านี้หมายถึงรูปแบบเฉพาะตัวที่มักจะต้องแปลกใหม่
ไม่เหมือนใคร ไม่มีใครทำมาก่อน ไม่ได้ลอกเลียนแบบใคร
แม้แต่ศิลปินประเพณีในอดีตที่มีพัฒนาการทางรูปแบบศิลปะ
ที่ช้ากว่า ศิลปะสมัยใหม่-ร่วมสมัย มาก ศิลปะในแต่ละยุคก็ยังมีความเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน
ศิลปินโบราณที่เกิดในยุคเดียวกัน ทำงานภายใต้ผู้อุปถัมภ์ในกลุ่มใกล้เคียงกัน
อยู่ภายใต้กรอบประเพณีเดียวกัน ก็ยังสร้างงานที่มีรูปแบบแตกต่างกัน
ตัวอย่าง เช่น จิตรกรรมฝาผนังในสมัยรัชกาลที่ 3 ฝีมือของ ครูคงแป๊ะ กับครูทองอยู่
ก็มีความแตกต่างกัน
โรเบิร์ต เดอลูเนย์ (Robert Delaunay)
Homage to Bl?riot, ค.ศ. 1914
สีน้ำมันบนผ้าใบ, 190 x 126.25 ซม.
: Kunstmuseum, Basle.
วิจิตรศิลป์ คือ ศิลปะที่ทำขึ้นเพื่อประเทืองปัญญาและอารมณ์แยกออกจากประยุกต์ศิลป์
(แอ๊พพลายอาร์ตส์, applied arts) ต่อมาในราวคริสศตวรรษที่ 19 ประยุกต์ศิลป์
ได้เปลี่ยนชื่อเป็น อุตสาหกรรม วิศวกรรม เทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ประยุกต์
์นอกจากนี้ศิลปะยังอาจจะถูกโยงไปถึง ทัศนศิลป์ งานจำพวกรูปวาดภาพระบายสี
บนแผ่นผ้าใบแบนๆ (จิตรกรรม) และงานปั้น แกะสลักที่มีลักษณะดูได้รอบตัว (ประติมากรรม)
ซึ่งมักจะเป็นผลงานที่สร้างขึ้นเพื่อให้ความรู้สึกทางสุนทรียภาพ ก่อให้เกิดอารมณ์สะเทือนใจฯ
และในบางครั้งเราจะใช้คำว่าศิลปะสำหรับเรียกสิ่งที่มีคุณภาพ คล้ายกับคำว่าวัฒนธรรม
ศิลปะที่ถูกนำไปใช้เรียกสิ่งที่มีคุณภาพนี้ หมายถึงการเรียนรู้และการกระทำ
ที่ต้องใช้ความชำนาญใช้ฝีมือ เป็นสิ่งที่เหนือไปจากความเป็นเหตุเป็นผล
บ้างก็หลุดไปจากกฎเกณฑ์ทั่วไป เราจึงได้ยินเกี่ยวกับศิลปะของการสิ่งต่าง ๆ
เช่น ศิลปะการทำอาหาร หรือศิลปะการป้องกันตัว เป็นต้น
วิจิตรศิลป์ คือ ศิลปะที่ทำขึ้นเพื่อประเทืองปัญญาและอารมณ์แยกออกจากประยุกต์ศิลป์
(แอ๊พพลายอาร์ตส์, applied arts) ต่อมาในราวคริสศตวรรษที่ 19 ประยุกต์ศิลป์
ได้เปลี่ยนชื่อเป็น อุตสาหกรรม วิศวกรรม เทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ประยุกต์
์นอกจากนี้ศิลปะยังอาจจะถูกโยงไปถึง ทัศนศิลป์ งานจำพวกรูปวาดภาพระบายสี
บนแผ่นผ้าใบแบนๆ (จิตรกรรม) และงานปั้น แกะสลักที่มีลักษณะดูได้รอบตัว (ประติมากรรม)
ซึ่งมักจะเป็นผลงานที่สร้างขึ้นเพื่อให้ความรู้สึกทางสุนทรียภาพ ก่อให้เกิดอารมณ์สะเทือนใจฯ
และในบางครั้งเราจะใช้คำว่าศิลปะสำหรับเรียกสิ่งที่มีคุณภาพ คล้ายกับคำว่าวัฒนธรรม
ศิลปะที่ถูกนำไปใช้เรียกสิ่งที่มีคุณภาพนี้ หมายถึงการเรียนรู้และการกระทำ
ที่ต้องใช้ความชำนาญใช้ฝีมือ เป็นสิ่งที่เหนือไปจากความเป็นเหตุเป็นผล
บ้างก็หลุดไปจากกฎเกณฑ์ทั่วไป เราจึงได้ยินเกี่ยวกับศิลปะของการสิ่งต่าง ๆ
เช่น ศิลปะการทำอาหาร หรือศิลปะการป้องกันตัว เป็นต้น
ตาบอดเหล่านั้นต่างก็เข้าใจถูกต้องในส่วนของตัวเอง
การพยายามทำความเข้าใจศิลปะจากการอ่านคำอธิบายของนักคิดนักทฤษฎี
ประติมากรรมกรีกคลาสสิค 340 ปีก่อนคริสตกาล
แต่อย่างไรก็ตาม "ความงาม" แบบทั่ว ๆ
ไปที่เป็นสากลก็ยังคงมีอยู่
แทนที่จะแสดงความสวยของรองเท้าใหม่ ๆ สะอาด ๆ หรือ รองเท้าที่ดูหรูหรา
เรื่องของฝีมือเชิงช่างเป็นอีกคุณสมบัติพื้นฐานของศิลปะตั้งแต่อดีต
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น