เชี่ยวชาญยัน "โมสาร์ท" มีอันจะกิน
หลังจากเป็นที่รู้จักกันในฐานะอัจริยะคนยากมากว่า
2 ศตวรรษ ล่าสุดคณะผู้จัดนิทรรศการเฉลิมฉลองวันคล้ายวันเกิด 250 ของคีตกวีผู้ยิ่งใหญ่ของโลกอย่าง
โวล์ฟกัง โมสาร์ท ได้ออกมายืนยันข้อมูลล่าสุดของทีมงานว่า
โมสาร์ทอันที่จริงไม่ใช่ศิลปินผู้ยากไร้ แต่ถือเป็นผู้มั่งมีระดับขุนนางเลยทีเดียว
จากรายงานของสำนักข่าวเดอะ การ์เดียน เมื่อวันพุธที่ผ่านมา
นิทรรศการที่มีชื่อว่า Mozart: A Composer in Vienna เพื่อเฉลิมฉลองวันเกิดครบรอบ 250 ปีของ โวล์ฟกัง อมาเดอุส โมสาร์ท คีตกวีดนตรีคลาสสิกผู้ยิ่งใหญ่ เมื่อวันที่ 27 ม.ค. 1756 ที่เมืองเมืองซอลส์บวร์ก ซึ่งเปิดทำการแสดงไปเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ที่สมาคมดนตรีเมืองเวียนนา Musikverein ประเทศออสเตรีย โดยจะจัดแสดงต่อเนื่องไปถึงวันที่ 30 มิ.ย.
ภายในงานได้จัดแสดงสิ่งของจำพวกใบแจ้งหนี้และใบเสร็จรับเงินต่างๆ ในช่วง 10 ปีสุดท้ายในชีวิตของคีตกวีผู้นี้ ซึ่งสิ่งของเหล่านี้ได้เป็นสิ่งที่ยืนยันว่าที่จริงแล้วโมสาร์ทถือได้ว่าเป็นผู้ที่มีฐานะของชนชั้นสูงผู้หนึ่ง และเป็นหนึ่งในผู้ที่ทำรายได้มากที่สุดในศตวรรษที่ 18 ทีเดียว
แม้ภายในงานแสดงดังกล่าว จะมีจดหมายของโมสาร์ทที่มีข้อความเกี่ยวกับการหยิบยืมเงินจากเพื่อนฝูง เพื่อใช้ในการเดินทางของทั้งตัวเขาและครอบครัวที่ต้องโยกย้ายถิ่นฐานอย่างน้อย 11 ครั้งในช่วงเวลาดังกล่าว แต่ผู้จัดงานยืนยันว่าโมสาร์ทสามารถทำเงินได้ 10,000 โฟลริน*ต่อปีเลยทีเดียว ซึ่งถือเป็นรายได้ที่สูงมากในยุคนั้น โดยนายออตโต ไบบา ภัณฑารักษ์ประจำงานแสดงดังกล่าวได้ชี้แจงต่อข้อมูลนี้ว่า
"ณ เวลานั้น การมีรายได้ปีละ 500 โฟลรินก็ทำให้คุณอยู่ในแวดวงไฮโซได้อย่างสบายแล้ว เมื่อเทียบกับรายได้ชนชั้นแรงงานที่ 25 โฟลรินต่อปียิ่งแล้วใหญ่ มีคนที่มีรายได้อย่างเขาแค่ 5 เปอร์เซนต์เท่านั้นเอง"
"ฉะนั้น มันต้องมีการล้างภาพพจน์ศิลปินใส้แห้งของเขาที่ผ่านๆ มาเสียที แน่ละว่าเขาคืออัจริยะอย่างไม่ต้องสงสัย แต่เป็นอัจริยะที่ทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำตลอดชีวิตของเขา จริงทีว่าบางครั้งเขาก็มีหนี้เป็นเงินก้อนใหญ่เหมือนกัน ส่วนใหญ่ก็มาจากการเป็นสิงห์พนันของเขานั้นแหล่ะ แต่ก็ไม่มีอะไรมาพิสูจน์ได้"
ตามหลักฐานเผยว่าโมสาร์ทได้รับเงินจำนวนมากจากการสอนเปียโนและแสดงคอนเสิร์ต รวมทั้งยังรับหน้าที่เป็นนักดนตรีในราชสำนักของเวียนนาอีกด้วย โดยเขามีโต๊ะบิลเลียดซึ่งเป็นกีฬาที่เขาโปรดในบ้าน มีช่างทำผมส่วนตัว มีพื้นที่ว่างอันโออ่าไว้สำหรับจอดรถม้า และใช้ชีวิตในเวียนนาส่วนใหญ่ที่อพาร์ตเมนท์ขนาด 7 ห้องนอนสุดหรูใกล้ๆ กับโบสถ์ใหญ่ของเมือง
นอกจากนี้ในนิทรรศการดังกล่าวยังได้แสดงใบรับเงินของเขาจำนวน 800 โฟลรินที่มอบโดยกษัตริย์โจเซฟ ที่ 2 แห่งออสเตรีย รวมทั้งจดหมายของลิโอโพลด์คุณพ่อของโมสาร์ทที่ระบุว่าเขาทำเงินจากการแสดงคอนเสิร์ตคืนเดียวได้ถึง 1,000 โฟลรินเลยทีเดียว โดยโมสาร์ทผู้พ่อได้หมายเหตุลงไปในจดหมายฉบับนั้นว่ามันเป็นสิ่งที่ "ยอดเยี่ยม" อย่างมาก
โมสาร์ท อาศัยอยู่ที่เมืองเวียนนาช่วงปี 1781-1791 ซึ่งเป็นช่วง 10 ปีสุดท้ายก่อนที่เขาจะเสียชีวิตลงก่อนวัยอันควรด้วยวัย 35 ปี และเป็นที่เชื่อกันเสมอมาว่าร่างของเขาถูกฝังร่วมกับศพอื่นๆ ในสุสานอนาถา แต่นายไบบา ภัณฑารักษ์ประจำงานแสดงครั้งนี้ชี้ว่าความจริงแล้วโมสาร์ทถูกฝังอยู่ที่สุสานประจำชุมชน ซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของผู้คนในสมัยนั้
นิทรรศการที่มีชื่อว่า Mozart: A Composer in Vienna เพื่อเฉลิมฉลองวันเกิดครบรอบ 250 ปีของ โวล์ฟกัง อมาเดอุส โมสาร์ท คีตกวีดนตรีคลาสสิกผู้ยิ่งใหญ่ เมื่อวันที่ 27 ม.ค. 1756 ที่เมืองเมืองซอลส์บวร์ก ซึ่งเปิดทำการแสดงไปเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ที่สมาคมดนตรีเมืองเวียนนา Musikverein ประเทศออสเตรีย โดยจะจัดแสดงต่อเนื่องไปถึงวันที่ 30 มิ.ย.
ภายในงานได้จัดแสดงสิ่งของจำพวกใบแจ้งหนี้และใบเสร็จรับเงินต่างๆ ในช่วง 10 ปีสุดท้ายในชีวิตของคีตกวีผู้นี้ ซึ่งสิ่งของเหล่านี้ได้เป็นสิ่งที่ยืนยันว่าที่จริงแล้วโมสาร์ทถือได้ว่าเป็นผู้ที่มีฐานะของชนชั้นสูงผู้หนึ่ง และเป็นหนึ่งในผู้ที่ทำรายได้มากที่สุดในศตวรรษที่ 18 ทีเดียว
แม้ภายในงานแสดงดังกล่าว จะมีจดหมายของโมสาร์ทที่มีข้อความเกี่ยวกับการหยิบยืมเงินจากเพื่อนฝูง เพื่อใช้ในการเดินทางของทั้งตัวเขาและครอบครัวที่ต้องโยกย้ายถิ่นฐานอย่างน้อย 11 ครั้งในช่วงเวลาดังกล่าว แต่ผู้จัดงานยืนยันว่าโมสาร์ทสามารถทำเงินได้ 10,000 โฟลริน*ต่อปีเลยทีเดียว ซึ่งถือเป็นรายได้ที่สูงมากในยุคนั้น โดยนายออตโต ไบบา ภัณฑารักษ์ประจำงานแสดงดังกล่าวได้ชี้แจงต่อข้อมูลนี้ว่า
"ณ เวลานั้น การมีรายได้ปีละ 500 โฟลรินก็ทำให้คุณอยู่ในแวดวงไฮโซได้อย่างสบายแล้ว เมื่อเทียบกับรายได้ชนชั้นแรงงานที่ 25 โฟลรินต่อปียิ่งแล้วใหญ่ มีคนที่มีรายได้อย่างเขาแค่ 5 เปอร์เซนต์เท่านั้นเอง"
"ฉะนั้น มันต้องมีการล้างภาพพจน์ศิลปินใส้แห้งของเขาที่ผ่านๆ มาเสียที แน่ละว่าเขาคืออัจริยะอย่างไม่ต้องสงสัย แต่เป็นอัจริยะที่ทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำตลอดชีวิตของเขา จริงทีว่าบางครั้งเขาก็มีหนี้เป็นเงินก้อนใหญ่เหมือนกัน ส่วนใหญ่ก็มาจากการเป็นสิงห์พนันของเขานั้นแหล่ะ แต่ก็ไม่มีอะไรมาพิสูจน์ได้"
ตามหลักฐานเผยว่าโมสาร์ทได้รับเงินจำนวนมากจากการสอนเปียโนและแสดงคอนเสิร์ต รวมทั้งยังรับหน้าที่เป็นนักดนตรีในราชสำนักของเวียนนาอีกด้วย โดยเขามีโต๊ะบิลเลียดซึ่งเป็นกีฬาที่เขาโปรดในบ้าน มีช่างทำผมส่วนตัว มีพื้นที่ว่างอันโออ่าไว้สำหรับจอดรถม้า และใช้ชีวิตในเวียนนาส่วนใหญ่ที่อพาร์ตเมนท์ขนาด 7 ห้องนอนสุดหรูใกล้ๆ กับโบสถ์ใหญ่ของเมือง
นอกจากนี้ในนิทรรศการดังกล่าวยังได้แสดงใบรับเงินของเขาจำนวน 800 โฟลรินที่มอบโดยกษัตริย์โจเซฟ ที่ 2 แห่งออสเตรีย รวมทั้งจดหมายของลิโอโพลด์คุณพ่อของโมสาร์ทที่ระบุว่าเขาทำเงินจากการแสดงคอนเสิร์ตคืนเดียวได้ถึง 1,000 โฟลรินเลยทีเดียว โดยโมสาร์ทผู้พ่อได้หมายเหตุลงไปในจดหมายฉบับนั้นว่ามันเป็นสิ่งที่ "ยอดเยี่ยม" อย่างมาก
โมสาร์ท อาศัยอยู่ที่เมืองเวียนนาช่วงปี 1781-1791 ซึ่งเป็นช่วง 10 ปีสุดท้ายก่อนที่เขาจะเสียชีวิตลงก่อนวัยอันควรด้วยวัย 35 ปี และเป็นที่เชื่อกันเสมอมาว่าร่างของเขาถูกฝังร่วมกับศพอื่นๆ ในสุสานอนาถา แต่นายไบบา ภัณฑารักษ์ประจำงานแสดงครั้งนี้ชี้ว่าความจริงแล้วโมสาร์ทถูกฝังอยู่ที่สุสานประจำชุมชน ซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของผู้คนในสมัยนั้
หมายเหตุ * โฟลริน (florin) เหรียญทองคำที่ใช้ในยุโรปตะวันตกยุคกลาง
เริ่มผลิตที่เมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี เมื่อปี 1252 และใช้อย่างแพร่หลายในประเทศเยอรมันช่วงปี
1680-1790 และประเทศออสเตรียช่วงปี 1857-1892น
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น